เอาไม่เอา !? วิเคราะห์ 3 ข้อดี 3 ข้อเสีย หาก หงส์ สอย ซาลาห์ มาร่วมทีมจริง

0
100

ตามที่มีข่าวลือหนักมากกันมาตลอดสัปดาห์นี้ว่า หงส์แดง ลิเวอร์พูล ใกล้จะได้ตัว โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ปีกตัวจี๊ดของ โรมา มาร่วมทีมในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว 

แต่ขณะที่สถานการณ์ยังคงพลิกผันไปมาว่า เดี๋ยวเคลียร์ได้ เดี๋ยวเคลียร์ไม่ได้ ทำให้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสุดท้ายแล้ว ดีลนี้จะบรรลุลงได้ด้วยดีหรือไม่อย่างไร

เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่า หาก ลิเวอร์พูล ได้ตัว ซาลาห์ มาจริงจะมีข้อดี-ข้อเสีย อย่างไรกันบ้าง

1. ข้อดี 1 – เขาโคตรเจ๋งเลยตอนเล่นให้ โรมา

s

นับตั้งแต่ที่ ซาลาห์ พาตัวเองตื่นจากฝันร้ายในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ของ เชลซี ไปค้าแข้งที่ อิตาลี เขาก็กลายเป็นคนที่เรียกได้ว่าเล่นดีที่สุดคนหนึ่งของ กัลโช เซเรีย อา มาตลอด 2 ปีหลังเลย

และด้วยฟอร์ม ณ ปัจจุบัน จะเรียกว่าเจ๋งสุดเท่าที่เจ้าตัวเคยทำได้มาก่อนก็คงไม่ผิดอะไรนัก ฉะนั้นแล้วการที่ ลิเวอร์พูล จะได้ผู้เล่นใหม่เข้ามาเสริมทัพแถมยังอยู่ในช่วงพีค ถือเป็นกำไรมหาศาลเลยทีเดียว

ที่สำคัญ ตัวของ ซาลาห์ เองนั้นคุ้นเคยกับ พรีเมียร์ลีก ดีอยู่แล้ว แถมเขาน่าจะมีความมุ่งมั่นสูงที่จะพิสูจน์ตัวเองว่าสามารถประสบความสำเร็จในลีกอังกฤษได้เหมือนคนอื่นเขา บอกเลยว่างานนี้มีแต่ได้กับได้

2. ข้อดี 2 – นี่คือสิ่งที่ ลิเวอร์พูล ต้องการอยู่พอดี

หก

หากเด็กหงส์ยังจำความรู้สึกตอนที่ ซาดิโอ มาเน ไม่สามารถลงช่วยทีมติดต่อกันหลาย ๆ นัดได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะไปเล่นทีมชาติ หรือบาดเจ็บยาวก็ตาม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าขมขื่นกันมากเพียงใด

ฉะนั้นการที่ทีมจะมีนักเตะเก่ง ๆ ที่สามารถทดแทนกันได้มาอยู่ในทีมแบบนี้คือสิ่งที่ เจอร์เกน คล็อปป์ หวังเอาไว้เป็นอย่างมาก ทั้งนี้เป็นเพราะซีซั่นหน้าพวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับคิวเตะแน่นเอี๊ยดเพราะมีเกมยุโรปเติมเข้ามาด้วยนั่นเอง

อีกทั้งผลงานของ ซาลาห์ ที่กดไปมากถึง 19 ประตู ให้ โรมา ตลอดซีซั่น 2016-17 นั้นจะช่วยข่มขวัญแนวรับของคู่ต่อสู้จนเสียกระบวนได้อย่างสบาย ๆ ซึ่งจะทำให้งานของแนวรุกคนอื่น ๆ ง่ายขึ้นด้วยเช่นกั

3. ข้อดี 3 – เติมเต็มช่วงเวลาที่ขาดหายไป

หก

ย้อนกลับไปในช่วงปลายปี 2013  ซาลาห์ กับ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เกือบจะตกลงเซ็นสัญญากันได้สำเร็จอยู่แล้ว แต่สุดท้าย โฆเซ มูรินโญ ที่ตอนนั้นคุมทีม เชลซี อยู่กลับโดดเข้ามาขวางกลางลำแล้วก็ฉกเอาตัวแข้งอียิปต์ไปแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมณ์
ซึ่งหากย้อนเวลากลับไปได้ ตัวของ ซาลาห์ เองก็คงไม่คิดที่จะเปลี่ยนใจจาก หงส์แดง ในนาทีสุดท้ายแบบที่เกิดขึ้นแน่ เพราะเจ้าตัวต้องเสียเวลาไปเปล่า ๆ นาน 2 ปีให้กับ เชลซี
ฉะนั้นหากเขาตัดสินใจที่จะกลับมาสู่เส้นทางการเป็นแข้งลิเวอร์พูล อีกครั้งจริง น่าจะมีความรู้สึกสำนึกในอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ลึก ๆ จึงอยากจะเติมเต็มช่วงเวลาที่ขาดหายไปในอดีตให้เป็นจริงขึ้นมาอีกครั้งแน่นอน

4. ข้อเสีย 1 – ราคาแพงเกินไป

หก

หากใครได้ติดตามอัพเดตข่าวการซื้อตัว ซาลาห์ นี้มาทุก ๆ วันน่าจะทราบกันดีแล้วว่า ทาง โรมา นั้นปฏิเสธข้อเสนอการซื้อตัวมูลค่า 28 ล้านปอนด์ที่ เจอร์เกน คล็อปป์ มอบให้ไปในครั้งแรก เพราะพวกเขาอยากปั่นราคาให้สูงขึ้นไปจนถึง 40 ล้านปอนด์นั่นเอง

ซึ่งหากมองกันตามตรงแล้ว ตัวเลขระดับนี้ เราน่าจะได้นักเตะระดับโลกที่เก่งมาก ๆ มาใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดทันทีได้เลยเหมือนกัน

ฉะนั้นสำหรับนักเตะที่เก่งแต่ยังไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นตัวท็อปแบบเต็มปากนั้น 40 ล้านปอนด์ ดูเหมือนจะแพงเวอร์เกินไปอยู่หน่อย ๆ ล่ะนะ

5. ข้อเสีย 2 – อาจต้องเจอปัญหาเดียวกันกับ มาเน

หก

ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ต้องจำใจยอมปล่อย ซาดิโอ มาเน กลับไปช่วยทีมชาติ เซเนกัล ทำศึกแอฟริกันเนชันคัพ ที่ดินแดนกาฬทวีปเป็นเวลาหลายสัปดาห์ 

และนั่นก็คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทัพหงส์แดง ของ คล็อปป์ ต้องหลุดจากวงโคจรลุ้นแชมป์ลีกไปแบบเบ็ดเสร็จทันที

ย้อนกลับมาดูที่ ซาลาห์ เขาเองก็เป็นผู้เล่นที่มาจากทวีปแอฟริกาเหมือนกัน แม้จะไม่มีใครการันตีได้ว่า ทีมชาติอียิปต์ จะสามารถผ่านเข้าไปลงเตะในรอบสุดท้ายของ แอฟริกัน เนชัน คัพ ได้หรือไม่ แต่หากมันเกิดขึ้นจริง นั่นจะหมายความว่า ลิเวอร์พูล อาจต้องเสียทั้ง มาเน และ ซาลาห์ ไปพร้อมกันสองคนเป็นเวลา 1 เดือนเลยนะเอ้า !

6. ข้อเสีย 3 – แล้วจะให้ ซาลาห์ เล่นตำแหน่งไหน ?

ก

ลองคิดดูเล่น ๆ หากถึงวันที่ได้ ซาลาห์ เข้ามาอยู่ในทีมจริง ๆ แล้วต้องลองจัดตัวลงสนามดู ไม่แน่ว่า เจอร์เกน คล็อปป์ เองก็อาจจะต้องเกาหัวแกรก ๆ ก็เป็นได้

เพราะอย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ตำแหน่งถนัดที่สุดของ ซาลาห์ นั้นคือการยืนเป็นปีกขวา ซึ่งแน่นอนว่าทับตำแหน่งกับ ซาดิโอ มาเน แบบเต็ม ๆ

และหากซื้อนักเตะสักคนมาด้วยราคา 40 ล้านปอนด์ มันแหงอยู่แล้วที่เขาคนนั้นจะต้องลงเล่นเป็นตัวจริง เพราะฉะนั้นอาจจะต้องมีการทดลองแท็คติกใหม่ หรือโยกนักเตะไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถนัดอีกเหมือนเคย
ข้อดีอาจจะมีอยู่ แต่ข้อเสียคือการทำเช่นนี้นักเตะจะไม่สามารถดึงศักยภาพสูงสุดของตัวเองออกมาได้ จนบางครั้ง กว่าจะรู้สึกว่า “เสียดายของ” มันก็อาจจะสายเกินไป

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : ลิเวอร์พูล เอคโค

สนับสนุนโดย

comments